งานศิลปะของ Tony Labat ที่ทำให้คนต้องตะลึง


Tony Labat  เป็นชาวคิวบาถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ส. 1951 เขาได้เดินทางมายังอเมริกาตอนอายุ 15 ปี เขาเป็นศิลปินทางด้าน Multimedia  และศิลปะการจัดวาง เขาได้จบการศึกษาทางด้าน ปริญญาตรีวิจิตรศิลป์ (BFA) ในปี 1978  และ ปริญญาโท (MFA) Computer Art ในปี 1980 จาก San Francisco Art Institute และเขาได้กลับไปสอนในปี 1985 เขาได้จัดแสดงในระดับนานาชาติในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา  เขาได้รับรางวัลมากมาย โดยเขาก็ได้มีการพัฒนาฝีมืออยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็น เนื้อหาในผลงาน , วีดีโอ , ประติมากรรมและการติดตั้ง โดยผลงานของเขาจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหนังมังสาของร่างกาย , วัฒนธรรมท้องถิ่น , ลักษณะเฉพาะตัว , ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองการเมืองรวมทั้งสิ่งต่างๆ

Tony Labat  เป็นศิลปินที่เสกสรรศิลปะอันมีต้นกำเนิดมาจากความรุนแรง จากแนวความคิดนี้เองส่งผลให้งานของเขาบางชิ้นดูรุนแรงจนเกินไป ซึ่งคนธรรมดาจำนวนมากรับไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น รูปแนว Art เป็นการเอารูปที่เขากำลังเอาปืนจ่อหัวเพื่อน เหมือนกับว่าเป็นห้วงวินาทีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต แต่ความจริงแล้วไม่ได้ยิงจริงๆ รวมทั้งปืนกระบอกนั้นก็ไม่ได้มีลูกใส่ไว้แต่อย่างใด แต่สำหรับคนที่มองโลกในแง่ดีเกินไป หรือชอบไปวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ย่อมรับไม่ได้อย่างแน่นอน จึงส่งผลให้มีคนคัดค้านงานของเขาจากทั่วโลก

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีแต่งานที่แสดงออกถึงความรุนแรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การจัดแสดงผลงานของ Tony Labat อันเรียบง่ายแต่น่าดึงดูดก็มี  เช่นเขาได้นำสิ่งที่มีอยู่ในสังคมและมักถูกมองข้าม อย่าง ฝาน้ำอัดลม เขาได้นำมันมาติดกับไม้แบบธรรมดา ลงมือพ่นสีต่างๆลงไป ทำให้มันเกิดความแตกต่างหลังจากนั้นจึงนำมันมาจัดเรียงให้ดูสวยงาม แน่นอนว่ามูลค่าของงานศิลปะเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่วัสดุหรือวัตถุที่นำมาใช้ แต่มันอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินต่างหาก

หรือจะเป็นการออกแบบเครื่องแต่งกายซึ่งเขาสร้างสรรค์มาเพื่อล้อเลียนสังคม ซึ่งกำลังเสื่อมโทรมลงทุกวัน ไม่ว่าจะทั้งปัญหายาเสพติด , การขายตัว ซึ่งเรื่องแบบนี้สามารถกระทำได้อย่างอิสรเสรี  งานของเขาสร้างเพื่อเป็นการเสียดสีการทำงานของรัฐบาลไปในตัวอีกด้วย แน่นอนว่างานของเขาสามารถสื่อออกมาได้ดีมากจนกลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างปากต่อปากเลยดีเดียว จนทำให้มีคนเผยแพร่ภาพทางสื่อต่างๆจำนวนมาก

งานศิลปะแนวนี้มันอาจจะดูไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับสังคมมือถือสากปากถือศีลปัจจุบันมากนัก ทำให้เขาจึงต้องออกมาอธิบายผลงานศิลปะของเขาอยู่เนืองๆว่า ทำไมถึงเขาถึงต้องสร้างมันออกมาดูรุนแรงนัก เนื่องจากเขาต้องการให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงในสิ่งที่เขาทำรวมทั้งรู้สึกชอบในงานศิลปะประเภทนี้ได้มากขึ้นอีกด้วย